| ความเป็นมาของสภาเกษตรกรจังหวัดนครสวรรค์


จากพระราชบัญญัติสภาเกษตรกรแห่งชาติ พ.ศ.2553 นี้ทำให้เกิดสภาเกษตรกรจังหวัดนครสวรรค์และสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดนครสวรรค์ขึ้น โดยมีสมาชิก (1) สมาชิกจากตัวแทนอำเภอจำนวน 16 คน และจากผู้ทรงคุณวุฒิ (2) ด้านพืช ด้านสัตว์ ด้านประมง และเกษตรกรรมอื่นๆ จำนวน 5 คน รวมทั้งหมดจำนวน 21 คน ในช่วงแรกๆ ตามบาทเฉพาะกาลให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดูแลอยู่สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดนครสวรรค์จึงได้อยู่ภายใต้การดูแลของเกษตรและสหกรณ์จังหวัดนครสวรรค์ และได้ย้ายออกมาเช่าสำนักงานอยู่ที่อาคารพาณิชย์เลขที่ 112/337 ถนนดาวดึงส์ ตำบลปากน้ำโพ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2555 ได้มีหัวหน้าสำนักงานพร้อมเจ้าหน้าที่จำนวน 6 คน ทำหน้าที่เป็นเลขานุการของสภาเกษตรกรจังหวัดนครสวรรค์ และได้ย้ายมาอยู่ที่อาคารโรงเรียนนครสวรรค์อิงลิชโปรแกรม ห้อง 309 ชั้น 3 เลขที่ 160 หมู่ 5 ตำบลบึงเสนาท อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ จนถึงปัจจุบัน


ตามพระราชบัญญัติสภาเกษตรกรแห่งชาติ พ.ศ.2553 มาตรา 33 สภาเกษตรกรจังหวัดมีอำนาจหน้าที่ 9 ข้อดังต่อไปนี้

⦁ พัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งแก่เกษตรกรและองค์กรเกษตรกรภายในจังหวัด

⦁ ประสานนโยบายและดำเนินงานระหว่างองค์กรเกษตรกร เกษตรกร สถาบันวิจัย สถาบันการศึกษาและหน่วยงานของรัฐ

⦁ ส่งเสริมและสนับสนุนการรวบรวมกลุ่มขององค์กรเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร และยุวเกษตรกรในจังหวัด รูปแบบต่างๆ

⦁ เสนอแผนพัฒนาเกษตรกรรมระดับจังหวัดต่อสภาเกษตรกรแห่งชาติ เพื่อบูรณาการเป็นแผนแม่บทเสนอต่อคณะรัฐมนตรีต่อไป

⦁ สนับสนุนและส่งเสริมการศึกษา การฝึกอบรมและการถ่ายทอดเทคโนโลยีแก่เกษตรกร และยุวเกษตรกรเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการประกอบอาชีพเกษตรกรรมอย่างครบวงจรและยั่งยืน

⦁ เสนอนโยบายและแนวทางในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับภาคเกษตรกรรม รวมทั้งราคาผลผลิตทางการเกษตรที่ไม่เป็นธรรมต่อสภาเกษตรกรแห่งชาติ

⦁ ให้คำปรึกษาและข้อแนะนำแก่เกษตรกรหรือองค์กรเกษตรกร

⦁ แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อดำเนินการใดๆ ให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามพระราชบัญญัตินี้

⦁ ปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายจากสภาเกษตรกรแห่งชาติ

| วิสัยทัศน์


สภาเกษตรกรแห่งชาติเป็นสถาบันเกษตรกร มุ่งสร้างความเป็นธรรมและมั่นคงในอาชีพเกษตรกรรมตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง


| พันธกิจฯ


– พัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งและมั่นคง ให้แก่เกษตรกรและองค์กรเกษตรกรเพื่อเพิ่มศักยภาพและพัฒนาคุณภาพชีวิติให้ดีขึ้น


– สร้างเครือข่ายเพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการบริการบริหารจัดการอาชีพเกษตรกรโดยเชื่อมโยงกับภาครัฐ ผู้ประกอบการเอกชนทุกระดับ เพื่อเข้าสู่ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ให้ได้รับความเป็นธรรมและประโยชน์สูงสุด


– บูรณาการจัดทำแผนแม่บทเพื่อนพัฒนาเกษตรกรรมจากล่างสู่บน


– จัดระบบฐานข้อมูลที่ถูกต้อง เป็นจริงและทันเวลา เพื่อนประกอบการตัดสินใจของเกษตรกร องค์กรเกษตรกร และใช้นโยบายของรัฐ


– ส่งเสริมและสนับสนุนค้นคว้า วิจัย และพัฒนาภูมิปัญญา พันธุกรรมพืชและสัตว์ท้องถิ่น ประมง นวัตกรรม เทคโนโลยีที่เหมาะสม และเกษตรกรรมอื่นๆ ตลอดจนการถ่ายทอดองค์ความรู้ที่ได้รับจากการค้นคว้า วิจัย พัฒนา รวมทั้งแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการประกอบอาชีพเกษตรกรรม